ข่าวการศึกษา

บทความการศึกษา

ข่าวเรียกบรรจุครูผู้ช่วย

ข่าวสอบพนักงานราชการ

ข่าวสอบครูอัตราจ้าง

สอบธุรการ

จี้บรรจุครูอัตราจ้าง 3 หมื่นเป็น'ขรก.' เหตุสวัสดิการน้อย-แห้วเงินวิทยฐานะ

          เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม นายธวัชชัย พิกุลแก้ว ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) กาญจนบุรี เขต 4 และนายกสมาคมผู้บริหารเขตพื้นที่การศึกษาแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลมีนโยบายมีแผนจะบรรจุพยาบาลลูกจ้างชั่วคราว กระทรวงสาธารณสุข เป็นข้าราชการ ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีแก่คนที่เป็นลูกจ้างชั่วคราว ซึ่งในส่วนของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ประมาณ 3 หมื่นกว่าแห่งทั่วประเทศนั้น ยังมีครูอัตราจ้างประมาณ 3 หมื่นคน ที่ยังไม่ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการครู แม้บางคนจะสอนหนังสือมา 10 กว่าปี ด้วยความยากลำบากในโรงเรียนที่ห่างไกล แต่ยังไม่ได้รับการบรรจุ เนื่องจากระบบการบรรจุของ สพฐ.จะมีอัตราบรรจุให้ปีละ 25% ของอัตราเกษียณอายุราชการ และต้องสอบแข่งขันทั่วประเทศ ทำให้ครูอัตราจ้างส่วนใหญ่ไม่สามารถสอบแข่งขันได้ เพราะครูอัตราจ้างเหล่านี้จะสอนหนังสือเพียงอย่างเดียว จึงมีเวลาอ่านหนังสือเพื่อสอบแข่งขันน้อยมาก ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาล และ ศธ.เพิ่มอัตราบรรจุครูอัตราจ้างที่ปฏิบัติหน้าที่มาแล้ว 3 ปีขึ้นไป เป็นข้าราชการครูจากปี 25% เป็น 50% หรืออาจเพิ่มการบรรจุเป็นพนักงานราชการก็ได้ เพื่อให้ทุกคนมีขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงาน และมีความมั่นคงในอาชีพ
          "ครูอัตราจ้างทำงานด้วยความยากลำบาก และทุกคนมีความตั้งใจที่จะสอนหนังสือเต็มที่ แต่การเป็นอัตราจ้างทำให้ไม่มีความก้าวหน้า เพราะเงินเดือนได้เท่าเดิม ไม่มีสิทธิขอเงินวิทยฐานะ ที่สำคัญยังไม่มีความมั่นคงในชีวิตด้วย เนื่องจากสัญญาจ้างเป็นปีต่อปี ไม่รู้จะถูกเลิกจ้างเมื่อไหร่ และสวัสดิการต่างๆ ก็ไม่ได้อะไรมาก ซึ่งครูอัตราจ้างทุกคนก็มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูเช่นเดียวกับพยาบาลที่มี ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพพยาบาล" นายธวัชชัยกล่าว
          นายธวัชชัยกล่าวว่า ตนจะทำหนังสือถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการ ศธ.เพื่อเสนอข้อเรียกร้องดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เมื่อมีแผนจะบรรจุกลุ่มพยาบาลลูกจ้างชั่วคราวแล้ว ก็ควรจะบรรจุลูกจ้างในส่วนกระทรวงอื่นๆ ด้วย ไม่เช่นนั้นจะเรียกร้องกัน ไม่สิ้นสุด

          ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน

แสดงความคิดเห็น